แบ่งชั้นเรียนยังไง >>
[CR: DEK-D]
เริ่มต้นที่ ม.ต้น อาจจะไม่ละเอียดมาก จะมี 11 ห้องเรียน โดยแบ่งเป็นห้องเรียนโครงการ 3 ห้องเรียน คือ 1.ห้อง 9 โครงการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ 2.ห้อง 1 และ 2 โครงการหลักสูตรสองภาษา (English Program) 3.โครงการหลักสูตรนานาชาติ (International Program)
และห้องเรียนปกติอีก 8 ห้องเรียน ซึ่งทุกห้องมีการเรียนการสอนแบบมาตรฐานสากล
ส่วน ม.ปลาย ที่นี่ก็มีการแบ่งสายเหมือนโรงเรียนอื่นๆ ทั่วไป แต่ที่พิเศษกว่าหลายๆ ที่ก็ตรงที่มีห้องเรียนโครงการเยอะ เพราะเราเป็นศูนย์วิชาต่างๆ ของภาคเหนือ ถ้ามองเป็นสายการเรียนแล้วจะมีอยู่ 3 สายการเรียน สายวิทยาศาสตร์ จะแบ่งเป็น 10 ห้องเรียน แยกออกเป็นห้องโครงการต่างๆ รวม 9 โครงการ คือ
1. โครงการส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (โครงการ พสวท.) ประจำภาคเหนือ
2. โครงการส่งเสริมผู้มีความสามารถฯ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาคสมทบ (โครงการ พสวท.สมทบ)
3. โครงการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์
4. โครงการส่งเสริมผู้มีความสามารถฯ คณิตศาสตร์ (Gifted.Math.)
5. โครงการส่งเสริมผู้มีความสามารถฯ ภาษาไทย (Gifted.Thai.)
6. โครงการส่งเสริมผู้มีความสามารถฯ ภาษาอังกฤษ (Gifted.Eng.)
7. โครงการหลักสูตร English Gifted Program
8. โครงการหลักสูตรสองภาษา (English Program)
9. โครงการหลักสูตรนานาชาติ (International Program)
แต่เวลาแบ่งห้องที่นี่ก็เอามารวมๆ กัน แต่หลังๆ มานี้มีการแยกห้องให้ชัดเจน จะไม่ขอเล่าเจาะจงในห้อง แต่จะเล่าว่าในห้องมีเด็กนักเรียนกลุ่มไหนบ้างเรียน
ห้อง 1 ห้องเรียนนักเรียนพสวท.ทุน กับนักเรียนห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ เรียนด้วยกัน
ห้อง 2 ห้องเรียน Gifted.Math. กับนักเรียนธรรมดาปกติทั่วไปที่ได้คะแนนวิชาวิทย์-คณิต (ดีเยี่ยม) จากการสอบคัดแยกห้องมา หรือห้อง King นั่นเอง
ห้อง 3 ห้องเรียน Gifted.Eng. กับนักเรียนธรรมดาปกติทั่วไปมาคละกัน
ห้อง 4 ห้องเรียน Gifted.Thai. กับนักเรียนธรรมดาปกติทั่วไปมาคละกัน
ห้อง 5 ห้องธรรมดาปกติทั่วไป แต่พิเศษที่ว่าเป็นห้องที่มีนักเรียนคละกัน
ห้อง 6 ห้องธรรมดาปกติทั่วไป แต่พิเศษที่ว่าเป็นห้องที่มีนักเรียนคละกัน
ห้อง 7 ห้องเรียนนักเรียนที่ได้คะแนนวิชาวิทย์-คณิต (ดีเยี่ยม) จากการสอบคัดแยกห้องมา หรือห้อง Queen นั่นเอง ห้องนี้มีลักษณะคล้ายๆ ห้อง 2
ห้อง 8 และ 9 ห้องเรียนนักเรียนพสวท.สมทบ เรียนอยู่
เริ่มต้นที่ ม.ต้น อาจจะไม่ละเอียดมาก จะมี 11 ห้องเรียน โดยแบ่งเป็นห้องเรียนโครงการ 3 ห้องเรียน คือ 1.ห้อง 9 โครงการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ 2.ห้อง 1 และ 2 โครงการหลักสูตรสองภาษา (English Program) 3.โครงการหลักสูตรนานาชาติ (International Program)
และห้องเรียนปกติอีก 8 ห้องเรียน ซึ่งทุกห้องมีการเรียนการสอนแบบมาตรฐานสากล
ส่วน ม.ปลาย ที่นี่ก็มีการแบ่งสายเหมือนโรงเรียนอื่นๆ ทั่วไป แต่ที่พิเศษกว่าหลายๆ ที่ก็ตรงที่มีห้องเรียนโครงการเยอะ เพราะเราเป็นศูนย์วิชาต่างๆ ของภาคเหนือ ถ้ามองเป็นสายการเรียนแล้วจะมีอยู่ 3 สายการเรียน สายวิทยาศาสตร์ จะแบ่งเป็น 10 ห้องเรียน แยกออกเป็นห้องโครงการต่างๆ รวม 9 โครงการ คือ
1. โครงการส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (โครงการ พสวท.) ประจำภาคเหนือ
2. โครงการส่งเสริมผู้มีความสามารถฯ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาคสมทบ (โครงการ พสวท.สมทบ)
3. โครงการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์
4. โครงการส่งเสริมผู้มีความสามารถฯ คณิตศาสตร์ (Gifted.Math.)
5. โครงการส่งเสริมผู้มีความสามารถฯ ภาษาไทย (Gifted.Thai.)
6. โครงการส่งเสริมผู้มีความสามารถฯ ภาษาอังกฤษ (Gifted.Eng.)
7. โครงการหลักสูตร English Gifted Program
8. โครงการหลักสูตรสองภาษา (English Program)
9. โครงการหลักสูตรนานาชาติ (International Program)
แต่เวลาแบ่งห้องที่นี่ก็เอามารวมๆ กัน แต่หลังๆ มานี้มีการแยกห้องให้ชัดเจน จะไม่ขอเล่าเจาะจงในห้อง แต่จะเล่าว่าในห้องมีเด็กนักเรียนกลุ่มไหนบ้างเรียน
ห้อง 1 ห้องเรียนนักเรียนพสวท.ทุน กับนักเรียนห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ เรียนด้วยกัน
ห้อง 2 ห้องเรียน Gifted.Math. กับนักเรียนธรรมดาปกติทั่วไปที่ได้คะแนนวิชาวิทย์-คณิต (ดีเยี่ยม) จากการสอบคัดแยกห้องมา หรือห้อง King นั่นเอง
ห้อง 3 ห้องเรียน Gifted.Eng. กับนักเรียนธรรมดาปกติทั่วไปมาคละกัน
ห้อง 4 ห้องเรียน Gifted.Thai. กับนักเรียนธรรมดาปกติทั่วไปมาคละกัน
ห้อง 5 ห้องธรรมดาปกติทั่วไป แต่พิเศษที่ว่าเป็นห้องที่มีนักเรียนคละกัน
ห้อง 6 ห้องธรรมดาปกติทั่วไป แต่พิเศษที่ว่าเป็นห้องที่มีนักเรียนคละกัน
ห้อง 7 ห้องเรียนนักเรียนที่ได้คะแนนวิชาวิทย์-คณิต (ดีเยี่ยม) จากการสอบคัดแยกห้องมา หรือห้อง Queen นั่นเอง ห้องนี้มีลักษณะคล้ายๆ ห้อง 2
ห้อง 8 และ 9 ห้องเรียนนักเรียนพสวท.สมทบ เรียนอยู่
สายภาษาต่างประเทศ มีอยู่ 6 ห้องเรียน แบ่งออกเป็น 4 กลุ่มการเรียน คือ ศิลป์คำนวณ[2], ศิลป์ฝรั่งเศส[1], ศิลป์จีน[2], ศิลป์ญี่ปุ่น[1]
สายอินเตอร์ ห้องเรียนกลุ่มนี้มี 4 กลุ่ม คือ
กลุ่มที่ 1 ห้องเรียนสองภาษาเด็กความสามารพิเศษ หรือ Gifted.EP. เป็นห้องเรียนที่ยกระดับคุณภาพมาจากนักเรียน Gifted.Eng. เป็นหลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับเด็กผู้มีความสามารถพิเศษทางด้านภาษาอังกฤษโดยเฉพาะ
กลุ่มที่ 2 ห้องเรียนสองภาษา หรือ เด็ก EP. ถือเป็นกลุ่มวิทยาศาสตร์ห้องสุดท้าย คือ ห้อง 16 ห้องนี้มีชื่อว่า วิทย์.EP เป็นห้องที่มีนักเรียนน้อยมากในสายวิทย์เลยทีเดียว
กลุ่มที่ 3 ห้องเรียนสองภาษา หรือ เด็ก EP. ถือเป็นกลุ่มภาษาต่างประเทศอีกห้องนึง ห้องนี้มีชื่อว่า ศิลป์คำนวณ.EP เป็นอีกห้องที่มีนักเรียนน้อยมากเช่นเดียวกัน เวลาเรียนวิชาสามัญจะเรียนปนกับ วิทย์.EP แต่เวลาเรียนวิชาเอก จะแยกกันเรียน (มั้ง)
กลุ่มที่ 4 ห้องเรียนนานาชาติ หรือ เด็ก IP. เด็กกลุ่มนี้เป็นเด็กกลุ่มใหม่ที่โรงเรียนได้มีโครงการจัดขึ้นมา ส่วนใหญ่ที่มาเรียน เพราะอยากไปต่อเมืองนอกกัน ซึ่งคุณสมบัติในการรับสมัครก็ต้องการจะไปศึกษาต่างประเทศเท่านั้นด้วย
(9) วิธีเรียน >> มีทั้งเดินเรียน และนั่งเรียน อย่าง ม.1 ถึง ม.4 นั่งเรียนมีตึกเป็นตึกของตัวเองเลย เดินเรียนเฉพาะวิชาวิทยาศาสตร์ คอม-อังกฤษ และคอมพิวเตอร์ เกษตร การงาน ดนตรี-นาฏศิลป์ พละ พวกวิชาเลือกเสรี ส่วน ม.5 ม.6 (55+) เดินเรียนต่อไป เพราะ ตึกใหม่ยังไม่เสร็จคาดว่าจะสมบูรณ์อีกในข้างหน้านี้ (เป็นตึกที่สวยงามมากๆ มีชั้นใต้ดินด้วยราคา 60,000,000 บาท)
(10) สภาพห้องเรียน >> ถ้าอยู่ห้องพวกห้องพิเศษ และอินเตอร์ ก็มีทั้งแอร์ ทีวี คอมเป็นของของห้องไปเลย สบายมาก แต่ถ้าอยู่ห้องทั่วไป แม้แต่ห้องคิงควีน ก็นั่งพัดลมตลอดชาติ (แงๆ) แต่มันก็ดี เพราะทำให้เราได้เดินออกกำลังกาย (ครูบอก) โรงเรียนเรามองภายนอกดูใหญ่อลังการมาก แต่ถ้าได้เข้ามาเดินภายในโรงเรียนดู จะรู้ว่ามันเล็ก เน้นอีกอันก็คือกระดานสวยมาก สีเขียว หลายโรงเรียนเข้ามาบอก แอ๊! โฮงเฮียนยุพราชฯเขียนชอร์คว่ะ ความจริงมันเป็นกระดานที่ต้องใช้ปากกาสีโปรสเตอร์ต่างหาก มี 10 กว่าสี เพื่อจะได้ช่วยในเรื่องของการจำให้กับนักเรียน แต่เขียนจริงๆ เจออยู่ 4 สี คือ ขาว ชมพู เหลือง ฟ้า สีอื่นไปไหน 55
(11) จุดเด่นของโรงเรียน >> จุดเด่นของโรงเรียนมันเยอะมากจริงๆเล่าทั้งวันก็เล่าได้ไม่ครบ เอาเป็นพวกพิธีการละกันครับ
1. วันมอบตัวและวันอำลาจบหลักสูตร ไม่ว่าจะเข้า ม.1 ม.4 หรือจบ ม.3 ม.6 จะต้องมีพิธีที่นักเรียนทุกต้องทำเพื่อถวายตัวเป็นลูกยุพราช คือ “พระราชพิธีถวายความเคารพ” ทุกคนจะมาตั้งแถวสวย ตรงเป๊ะ เรียบร้อยมาก มาถวายบังคม ซึ่งเป็นประเพณีที่มีอายุจนถึงปัจจุบันก็ร้อยกว่าปีแล้ว ซึ่งถ้าไม่ได้ร่วมพิธีก็ไม่ถือว่าเป็นลูกยุพราชโดยแท้จริง
2. การเรียนมารยาทชาววัง สำหรับนักเรียนใหม่ ม.1 และม.4 การเรียนสำหรับชั่วโมงนี้โหดสุดๆ เลยเพราะเราต้องเรียนมารยามที่เป็นพระราชประเพณีของชาววัง ในการเข้าเฝ้าหรือรับใช้พ่ออยู่หัว จะมีครูอยู่ท่านตอนนี้ท่านเกษียณไปแล้วเป็นคนสอน (แต่ครูคนปัจจุบันที่มาแทนเค้าว่ากันว่าโหดไม่แพ้กันเลย) จะมีเรียนการกราบไหว้ที่ถูกต้องทั้งหมด
3. การเรียนวิชาพระพุทธศาสนา ที่ไม่เหมือนใคร เพราะเราจะได้เรียนในธรรมสถาน มันจะช่วยให้นักเรียนได้รู้จักกับความเป็นพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง รู้ลึกขั้นเทพถึงขั้นหลับกันเป็นแถวๆ 555+ แม้นักเรียนแถวหน้าระดับเกรด 3.98 ก็หลับมาแล้ว
4. ชื่ออาคารเรียน บางอาคารไม่เรียกอาคารแต่เรียก “เรือน” เพราะเดิมสร้างด้วยไม้และเป็นงบประมาณของแผ่นดินทั้งหมด ทางกระทรวงศึกษาฯ ให้ยกระดับจากชื่อ “อาคาร” ให้เป็น “เรือน” และนักเรียนส่วนใหญ่ก็จำชื่อจริงอาคารไม่ได้ แต่จำชื่อเลขอาคารได้ แต่ไม่รู้ที่ตั้งของอาคาร (เหอะๆๆ)
5. การปักเข็มของหัวห้อง และคณะกรรมการนักเรียน ที่จะแตกต่างกว่าชาวบ้าน คือสวยกว่า ใหญ่กว่า เด่นกว่า และได้ฟรี เป็นรูปโล่สีแดง และสีน้ำเงิน
6. ข้อสอบวิชา ชีววิทยา และเคมี (ม.6) ที่เยอะมากจนพูดได้คำเดียวว่าทำไม่ทัน เพราะ เยอะมากแล้วมีหลายตอน และหลายชุดด้วย และข้อสอบมีหลายรูปแบบอีก คือถ้าจะลอกต้องมองกันแทบจะเป็นลมเลยว่ามันชุดเดียวกันมั้ย
7. ข้อสอบวิชา ภาษาอังกฤษ (ม.ปลาย) ที่ตกเยอะเกินของนักเรียนทั้งชั้น เพราะ โรงเรียนเราอย่างที่บอกไปแล้วว่าเป็นศูนย์วิชาการ ซึ่งรวมถึงภาษาอังกฤษด้วย ข้อสอบไม่ธรรมดา และถึงว่ามีแต่คนผ่านเรียงรุ่นเลย
8. การเรียนวิชา คณิตศาสตร์ (ม.ปลาย) เข้มข้นมากๆ กับอาจารย์ระดับเทพ ที่สอนห้องพสวท. ห้องพิเศษ. ห้องกิฟ.แมท. ที่บอกได้คำเดียวว่า โดนเต็มๆๆ โดนด่าครับ เช่น “พวกเธอนี่เรียนไปก็ไม่ได้เอาไปใช้กันหรอกใช่ไหม? นร.5555” ครูคณิตผช.ที่สุดครับ ระดับหัวหน้าหมวดสอน ม.4 สอนดีแต่ไม่ถึงแก่นเลย “คิงหยังมาง่าว ง่าวไบ๊ง่าวบอด นร. ก็มันยากนี่ ข้อสอบเขียนน่ะครู ไม่ใช่กา” ครูผญ.พวกเราเรียกเจ๊ไหม (แซว) ครูฮามาก สอนดีแต่ออกข้อสอบยากไปหน่อย แล้วก็ชีทแคลครูเอามาใช้เรียน ปี1 ได้ดีจริงๆครับ ยืนยัน!
9. โรงเรียนถ่ายรูปสวยมากๆ โดยเฉพาะสนามโรงเรียน
3. การเรียนวิชาพระพุทธศาสนา ที่ไม่เหมือนใคร เพราะเราจะได้เรียนในธรรมสถาน มันจะช่วยให้นักเรียนได้รู้จักกับความเป็นพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง รู้ลึกขั้นเทพถึงขั้นหลับกันเป็นแถวๆ 555+ แม้นักเรียนแถวหน้าระดับเกรด 3.98 ก็หลับมาแล้ว
4. ชื่ออาคารเรียน บางอาคารไม่เรียกอาคารแต่เรียก “เรือน” เพราะเดิมสร้างด้วยไม้และเป็นงบประมาณของแผ่นดินทั้งหมด ทางกระทรวงศึกษาฯ ให้ยกระดับจากชื่อ “อาคาร” ให้เป็น “เรือน” และนักเรียนส่วนใหญ่ก็จำชื่อจริงอาคารไม่ได้ แต่จำชื่อเลขอาคารได้ แต่ไม่รู้ที่ตั้งของอาคาร (เหอะๆๆ)
5. การปักเข็มของหัวห้อง และคณะกรรมการนักเรียน ที่จะแตกต่างกว่าชาวบ้าน คือสวยกว่า ใหญ่กว่า เด่นกว่า และได้ฟรี เป็นรูปโล่สีแดง และสีน้ำเงิน
6. ข้อสอบวิชา ชีววิทยา และเคมี (ม.6) ที่เยอะมากจนพูดได้คำเดียวว่าทำไม่ทัน เพราะ เยอะมากแล้วมีหลายตอน และหลายชุดด้วย และข้อสอบมีหลายรูปแบบอีก คือถ้าจะลอกต้องมองกันแทบจะเป็นลมเลยว่ามันชุดเดียวกันมั้ย
7. ข้อสอบวิชา ภาษาอังกฤษ (ม.ปลาย) ที่ตกเยอะเกินของนักเรียนทั้งชั้น เพราะ โรงเรียนเราอย่างที่บอกไปแล้วว่าเป็นศูนย์วิชาการ ซึ่งรวมถึงภาษาอังกฤษด้วย ข้อสอบไม่ธรรมดา และถึงว่ามีแต่คนผ่านเรียงรุ่นเลย
8. การเรียนวิชา คณิตศาสตร์ (ม.ปลาย) เข้มข้นมากๆ กับอาจารย์ระดับเทพ ที่สอนห้องพสวท. ห้องพิเศษ. ห้องกิฟ.แมท. ที่บอกได้คำเดียวว่า โดนเต็มๆๆ โดนด่าครับ เช่น “พวกเธอนี่เรียนไปก็ไม่ได้เอาไปใช้กันหรอกใช่ไหม? นร.5555” ครูคณิตผช.ที่สุดครับ ระดับหัวหน้าหมวดสอน ม.4 สอนดีแต่ไม่ถึงแก่นเลย “คิงหยังมาง่าว ง่าวไบ๊ง่าวบอด นร. ก็มันยากนี่ ข้อสอบเขียนน่ะครู ไม่ใช่กา” ครูผญ.พวกเราเรียกเจ๊ไหม (แซว) ครูฮามาก สอนดีแต่ออกข้อสอบยากไปหน่อย แล้วก็ชีทแคลครูเอามาใช้เรียน ปี1 ได้ดีจริงๆครับ ยืนยัน!
9. โรงเรียนถ่ายรูปสวยมากๆ โดยเฉพาะสนามโรงเรียน




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น