วันจันทร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2555

โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (TOPOLOGY)



โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (TOPOLOGY)


โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (TOPOLOGY)
        การนำเครื่องคอมพิวเตอร์มาเชื่อมต่อกันเพื่อประโยชน์ของการสื่อสารนั้น สามารถกระทำได้หลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละแบบก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป โดยทึ่วไปแล้วโครงสร้างของเครือข่ายคอมพิวเตอร์สามารถจำแนกตามลักษณะของการเชื่อมต่อดังต่อไปนี้

        1. 
โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบบัส (bus topology)
        
โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบบัส จะประกอบด้วย สายส่งข้อมูลหลัก ที่ใช้ส่งข้อมูลภายในเครือข่าย เครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง จะเชื่อมต่อเข้ากับสายข้อมูลผ่านจุดเชื่อมต่อ เมื่อมีการส่งข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์หลายเครื่องพร้อมกัน จะมีสัญญาณข้อมูลส่งไปบนสายเคเบิ้ล และมีการแบ่งเวลาการใช้สายเคเบิ้ลแต่ละเครื่อง ข้อดีของการเชื่อมต่อแบบบัส คือ ใช้สื่อนำข้อมูลน้อย ช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่าย และถ้าเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่งเสียก็จะไม่ส่งผลต่อการทำงานของระบบโดยรวม แต่มีข้อเสียคือ การตรวจจุดที่มีปัญหา กระทำได้ค่อนข้างยาก และถ้ามีจำนวนเครื่องคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายมากเกินไป จะมีการส่งข้อมูลชนกันมากจนเป็นปัญหา
http://www.sa.ac.th/elearning/IMAGE6/bus_topology.jpg
        2. โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบวงแหวน (ring topology)
        
โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบวงแหวน มีการเชื่อมต่อระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์โดยที่แต่ละการเชื่อมต่อจะมีลักษณะเป็นวงกลม การส่งข้อมูลภายในเครือข่ายนี้ก็จะเป็นวงกลมด้วยเช่นกัน ทิศทางการส่งข้อมูลจะเป็นทิศทางเดียวกันเสมอ จากเครื่องหนึ่งจนถึงปลายทาง ในกรณีที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่งขัดข้อง การส่งข้อมูลภายในเครือข่ายชนิดนี้จะไม่สามารถทำงานต่อไปได้ ข้อดีของโครงสร้าง เครือข่ายแบบวงแหวนคือ ใช้สายเคเบิ้ลน้อย และถ้าตัดเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เสียออกจากระบบ ก็จะไม่ส่งผลต่อการทำงานของระบบเครือข่ายนี้ และจะไม่มีการชนกันของข้อมูลที่แต่ละเครื่องส่ง
http://www.sa.ac.th/elearning/IMAGE6/ring_topology.jpg
        3. โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบดาว (star topology)
        
โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบดาว ภายในเครือข่ายคอมพิวเตอร์จะต้องมีจุกศูนย์กลางในการควบคุมการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ หรือ ฮับ (hub) การสื่อสารระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ต่างๆ จะสื่อสารผ่านฮับก่อนที่จะส่งข้อมูลไปสู่เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ แบบดาวมีข้อดี คือ ถ้าต้องการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ก็สามารถทำได้ง่ายและไม่กระทบต่อเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นๆ ในระบบ ส่วนข้อเสีย คือ ค่าใช้จ่ายในการใช้สายเคเบิ้ลจะค่อนข้างสูง และเมื่อฮับไม่ทำงาน การสื่อสารของคอมพิวเตอร์ทั้งระบบก็จะหยุดตามไปด้วย
http://www.sa.ac.th/elearning/IMAGE6/STAR.JPG

  • เครือข่ายแบบผสม (Hybrid Topology)
  • คือ เป็นเครือข่ายที่ผสมผสานกันทั้งแบบดาว,วงแหวน และบัส เช่น วิทยาเขตขนาดเล็กที่มีหลายอาคาร เครือข่ายของแต่ละอาคารอาจใช้แบบบัสเชื่อมต่อกับอาคารอื่นๆที่ใช้แบบดาว และแบบวงแหวน

  • เครือข่ายแบบFDDI (FDDI Topology)
  • คือ เครือข่ายความเร็วสูงรุ่นใหม่ Fiber Distributed Data Interface การเชื่อมต่อจะมีความเร็วประมาณ 100-200 เมกะบิตต่อวินาที เครือข่าย FDDI จะใช้สายใยแก้วนำแสงโดยแปลงจาก โทโปโลยีแบบวงแหวน เพียงแต่มีวงแหวน 2 วง นิยมใช้สำหรับงานด้านที่ต้องการเทคโนโลยีสูง เช่น วีดิทัศน์แบบดิจิทัล , กราฟิกความละเอียดสูง
    ข้อดี ความเร็วสูง มีเสถียรภาพ และความน่าเชื่อถือสูง เนื่องจากมีวงแหวน 2 วง ถ้าวงใดวงหนึ่งเสียหาย การสื่อสารยังสามารถดำเนินต่อไปได้ในวงแหวนที่เหลือ
    ข้อจำกัด ค่าใช้จ่ายสูง เนื่องจากใช้ใยแก้วนำแสง, อุปกรณ์และการจัดการเครือข่ายจะมีต้นทุนสูงกว่าโทโปโลยีอื่นๆ


    โครงงานบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง เรื่อง เมี่ยงคำเมืองตาก

    โครงงานบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง เรื่อง เมี่ยงคำเมืองตาก


    ที่มาและความสำคัญ


            เนื่องจากในท้องถิ่นของจังหวัดตากมีอาหารที่ขึ้นชื่อมากมาย ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ เมี่ยงเต้าเจี้ยว หรือ เมี่ยงจอมพล มาจากที่ในอดีตทุกครั้งที่ จอมพลถนอม กิตติขจร มาเมืองตาก จะต้องไปกินเมี่ยงชนิดนี้ที่ร้านคุณป้าคนหนึ่งเป็นประจำ จนชาวบ้านพากันเรียกว่า ''เมี่ยงจอมพล'' ซึ่งเมี่ยงชนิดนี้มีส่วนประกอบมากมาย ได้แก่ ขิง ตะไคร้ เต้าเจี้ยว มะพร้าว กระเทียม พริกขี้หนู มะนาว ข้าวคั่ว ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นวัตถุดิบที่หาได้ง่ายในท้องถิ่นและมีคุณประโยชน์มากมายอีกด้วย เช่น กระเทียมสามารถช่วยลดความดันโลหิตสูงได้ เป็นต้น
           ดันนั้นคณะผู้จัดทำจึงสนใจที่จะจัดทำโครงงานเพื่อหาเกี่ยวกับอัตราส่วนผสมของตัววัตถุดิบในการทำเมี่ยงคำที่มีความเหมาะสมลงตัวมากที่สุด 

    จุดมุ่งหมายของการศึกษาค้นคว้า
    1. เพื่อทราบถึงอัตราส่วนผสมที่ลงตัวของเมี่ยงคำ
    2.เพื่อสืบทอดวัฒนธรรมการรับประทานของชาวตาก

    ผลที่คาดว่าจะได้รับ

    1.ได้ทราบถึงอัตราส่วนผสมและต้นทุนในการทำเมี่ยงคำ
    2.เป็นการสืบทอดวัฒนธรรมการรับประทานของชาวเมืองตาก


    วิธีการดำเนินงาน

    ที่
    กิจรรมที่ปฏิบัติ
    วันที่ปฏิบัติ
    ผู้รับผิดชอบ
    1.
    รวมกลุ่มและวางแผนการทำโครงงาน
    20/พ.ย./2555
    สมาชิกในกลุ่ม
    2.
    ศึกษาข้อมูลโครงงาน
    24/พ.ย./2555
    สมาชิกในกลุ่ม
    3.
    ประชุมมอบหมายงานและจัดอุปกรณ์
    30/พ.ย./2555
    สมาชิกในกลุ่ม
    4.
    ลงมือทำโครงงาน
    7/ธ.ค./2555
    สมาชิกในกลุ่ม
    5.
    ปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่อง
    12/ธ.ค./2555
    สมาชิกในกลุ่ม
    6.
    นำเสนอโครงงาน
    27/ธ.ค./2555
    สมาชิกในกลุ่ม


















      ผลที่ได้รับ


      ส่วนประกอบที่ลงตัวคือ
    พริกขี้หนูสด  1-2 ช้อนโต๊ะ
    ตะไคร้ซอย  1/4 ถ้วย
    ขิงสดหั่นชิ้นสี่เหลี่ยม 1/4 ถ้วย
    มะนาวหั่นชิ้นสี่เหลี่ยม  1-2 ช้อนโต๊ะ
    กระเทียมสด 1/4 ถ้วย
    ถั่วลิสงคั่ว 1/4 ถ้วย
    มะพร้าวขูดเป็นเส้นยาวๆ 1/4 ถ้วย
    ข้าวตากคั่ว หรือทอด (เราใช้ข้าวสุก 1 กำมือ วางใส่จานผึ่งแดดผึ่งลมไว้พอแห้งก็เอามาทอด)
    กุ้งแห้ง (บางคนก็ไม่ใส่ )

    สรุปผล
                 จากที่ได้เรียนรู้ถึงอัตราส่วนและขั้นตอนการทำ พบว่า การทำเมี่ยงคำนั้นไม่ได้ยากและส่วนประกอบก็หาได้ง่ายในท้องถิ่น โดยเฉพาะในจังหวัดตาก จากสูตรทำเมี่ยงคำสามารถนำมาทำเป็นเมี่ยงคำเพื่อจำหน่ายและบริโภคได้ โดยสูตรที่ได้ให้ไว้นั้นสามารถรับประทานได้ต่อ 4-5คน

    7 วิธีง่ายๆ สร้างความสุขด้วยตัวเรา


    วิธีง่ายๆ สร้างความสุขด้วยตัวเรา

              สวัสดีค่ะสาว NUGIRL ทุกคน ^^ สาวๆ เคยเป็นมั้ยคะ มองอะไรก็รู้สึกหงุดหงิดรำคาญใจ รู้สึกว่าอะไรๆ ก็ไม่ได้ดั่งใจเราเลยซักอย่าง จนคิดว่าเราไม่ค่อยแฮปปี้กับชีวิตช่วงนี้เลย ถ้าสาวๆ เคยรู้สึกแบบนี้ล่ะก็ ไม่ต้องกังวลไปค่า วันนี้คอลัมน์ Girl Advice กับพี่เตยจะมีวิธีง่ายๆ ที่จะช่วยให้สาวๆ สร้างความสุขได้ด้วยตัวเอง รับรองว่าถ้าสาวๆ ทำตาม สาวๆ จะแฮปปี้กับชีวิตมากขึ้นอีกหลายเท่าเลยจ้า ;)
    1. ลองเข้านอนให้เร็วขึ้น และตื่นเช้าขึ้นอีกหน่อย
                 วิธีนี้ได้ผลจริงๆ เพราะพี่เตยทำทุกวันเลย ^^ ถ้า
                 ไม่มีภาระกิจอะไรที่ต้องเคลียร์ตอนกลางคืน พี่เตย
                 อยากให้สาวๆ เข้านอนให้ไวขึ้นค่ะ จากตีหนึ่ง ตีสอง
                 อาจปรับให้เร็วขึ้นกว่าเดิมนิดนึง เป็นห้าทุ่ม หรือ
                 เที่ยงคืนแทน และลองตื่นเช้าขึ้นซักหน่อย จากสิบ
                 โมงเป็นแปดโมงเช้า ข้อดีของการตื่นเช้าคือเราจะมี
                  เวลาในการทำนู้นนี่มากขึ้น และยังได้ตื่นมารับ
                  ประทานอาหารเช้าฝีมือคุณแม่ด้วยนะคะ 
    ^^ (ถ้า
                  วันไหนพี่เตยอยากทานปาท่องโก๋ พี่เตยต้องตื่นเช้า
                  ค่ะ จะได้ไปซื้อให้ทัน 
    :: นี่จึงเป็นความสุขเล็กๆ
                  น้อยๆ ของพี่เตยค่ะ 
    ^^’’) ยิ่งไปกว่านั้น การที่เรา
                  เข้านอนเร็วก็เท่ากับว่าเราได้มีเวลาพักผ่อนเพิ่มมาก
                  ขึ้น เราก็จะไม่ง่วงไม่เพลียในเวลาเรียนหนังสือด้วย




    2. มีความสุขกับสิ่งที่มี

    หลายคนไม่มีความสุขในชีวิตเพราะมัวแต่คิดว่าตัวเองไม่มีหรือไม่เป็นแบบคนอื่น พี่เตยว่านั่นคือที่มาของความทุกข์เลยค่ะสาวๆ เรามองคนอื่นได้ แต่อย่าเอาเขามาเปรียบเทียบกับตัวเรา คิดมากไปก็เท่านั้น เราเองจะทุกข์เสียเปล่าๆ ค่ะ ลองนึกถึงดูว่าเรามีโอกาสและโชคดีมากกว่าคนอื่นแค่ไหน เพราะเรามีคุณพ่อคุณแม่ มีครอบครัวที่อบอุ่น และจงเรียนรู้ที่จะมีความสุขในสิ่งที่เรามีและแฮปปี้กับสิ่งที่เราเป็น แค่นี้ชีวิตเราก็จะมีความสุขมากขึ้นแล้วค่ะ^^


    3. รู้จักให้อภัย

    ยิ่งเรากำความทุกข์ไว้แน่นเท่าไหร่ คนที่จะยิ่งทุกข์ก็จะมีแต่ตัวเราค่ะ ถ้าเราปล่อยทุกข์นั้นวางลงได้ ความสุขก็จะค่อยๆ เพิ่มขึ้นน้า สาวๆ คนไหนที่กำลังขัดใจหรือมีปัญหาที่เกิดจากคนรอบข้าง พี่เตยเชื่อว่าการให้อภัยไม่ถือโทษโกรธกันน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดค่ะ ไม่ใช่แค่เราเท่านั้นที่จะแฮปปี้ คนอื่นที่อยู่รอบตัวเราก็จะแฮปปี้ไปด้วยจ้า เพราะฉะนั้น สาวๆ คนไหนกำลังโกรธใครอยู่ ก็เลิกโกรธกันซะเถอะนะ > <


    4. แบ่งปันและเห็นอกเห็นใจคนอื่น

    คุณแม่ของพี่เตยบอกเสมอว่าให้ทำดี แม้จะเป็นแค่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ต้องทำ อย่างเช่น หยุดรถเพื่อให้คนข้ามถนน ช่วยคนแก่ข้ามถนน ไม่นินทาว่าร้ายคนอื่น หรือแม้แต่การรู้เรื่องไม่ดีของคนอื่นมาแล้วไม่นำไปเล่าต่อแบบสนุกปาก ก็ถือว่าเป็น
    การทำความดีเหมือนกันค่ะ การที่เรารู้จักแบ่งปันน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ให้กับเพื่อนมนุษย์โดยไม่จำเป็นต้องเป็นข้างของเงินทอง แต่ให้ความรู้สึกดี ช่วยเหลือเกื้อกูลกันเล็กๆน้อยๆ นั่นก็ถือว่าเราได้ทำความดีแล้วค่ะ





    5. ทำในสิ่งที่อยากทำ

    สาวๆ อยากทำอะไรก็ทำเลยค่ะ อยากกินอะไรก็กิน อยากดูอะไรก็ดู แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการจะทำอะไรต้องอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม ต้องไม่ทำให้เราหรือคนอื่นเดือดร้อน สมมติวันนี้อยากกินเค้ก ก็สั่งเค้กมากินเลย แต่ถ้าสาวคนไหนกลัวอ้วน หลังจากกินเค้กเสร็จแล้วก็ต้องหาเวลามาออกกำลังกายด้วยค่ะ แบ่งเวลาดีๆ แบ่งเวลาให้เหมาะสม เท่านี้ชีวิตก็จะเกิดความบาล๊านซ์ และมีความสุขแล้วจ้า ^o^



    6. อยู่กับครอบครัว

    พี่เตยเชื่อว่าไม่มีใครรักและหวังดีกับเราจริงๆ เท่ากับพ่อแม่ของเราอีกแล้วค่ะ พี่เตยจึงถือว่าการได้ใช้เวลากับครอบครัวและคนที่เรารักคือความสุขที่เราหาได้ง่ายมากๆ :) เพราะฉะนั้นสาวๆ อย่าลืมหาเวลาพาคุณพ่อคุณแม่ไปทานข้าวหรือลองชวนท่านไปเที่ยวต่างจังหวัดดูนะคะ


    7. มองปัญหาให้เป็นเรื่องสนุก

    ใครๆ ก็ต่างมีปัญหาเป็นของตัวเองกันทั้งนั้นค่ะ ก่อนจะประสบความสำเร็จ ทุกคนล้วนต้องเจอกับความยากลำบากกันมาแล้วทั้งสิ้น เมื่อเจอปัญหาหนักๆ ก็ต้องค่อยๆ คิด ค่อยๆ แก้ ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็ลองปรึกษาเพื่อนสนิทหรือคุณพ่อคุณแม่ก็ได้ค่ะ เราไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวบนโลกนะคะ ;)
             สิ่งที่ทำให้เราทุกข์ได้มากที่สุดคือการคาดหวังในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ รวมถึงการไม่ยอมรับความจริง และที่สำคัญมากที่สุดคือการไม่ยอมรับข้อบกพร่องของตนเองค่ะ ถ้าสาวๆ สามารถยอมรับข้อบอกพร่องของตนเองได้ รวมถึงการไม่คาดหวังในสิ่งที่ไม่มีวนเป็นจริง สาวๆ ก็จะมีความสุขในชีวิตมากขึ้นค่ะ หลายคนอาจบ่นอุบว่ายาก ทำไม่ได้ แต่พี่เตยเชื่อว่าสาวๆ ทำได้แน่นอนค่ะ เพียงแค่ปรับวิธีการคิดของเรา คิดบวกย่อมได้บวก และชีวิตก็จะมีแต่เรื่องดีๆ นะคะ ;)
    cr: dek-d 

    วันจันทร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2555

    ไม้ 3 อย่าง ประโยชน์ 4 ประการ


    ไม้ 3 อย่าง ประโยชน์ 4 ประการ

             พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตระหนักถึงผลกระทบจากการบุกรุกทำลายป่าไม้ของประเทศไทย
     ซึ่งเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จนก่อให้เกิดภาวะแห้งแล้ง พื้นที่ต้นนํ้าลำธารเสื่อมโทรม 
    ฤดูกาลเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพทางการเกษตร 
    กลายเป็นปัญหาทุกข์ร้อนของประชากรส่วนใหญ่ในชนบท 
    พระองค์ทรงมีพระราชดำริในการพัฒนาฟื้นฟูสภาพป่าไม้ 
    ให้คืนกลับสู่สภาพธรรมชาติด้วยแนวทางผสมผสาน โดยการปลูกไม้ทดแทน
    ควบคู่กับการพัฒนาอาชีพราษฎร ด้วยการวางแผนร่วมมือกันของทุกส่วนราชการ 
    ในการดำเนินการปรับปรุงพัฒนาพื้นที่ให้สอดคล้องกับสภาพภูมิศาสตร์และสภาวะแวดล้อม
             การปลูกไม้ 3 อย่าง ให้ประโยชน์ 4 ประการ ตามแนวพระราชดำรินั้น 
    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทาน พระราชดำริ ไว้เมื่อปี 2519 ณ หน่วยพัฒนาต้นนํ้าทุ่งจ๊อ 
    อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ว่าการปลูกไม้ 3 อย่าง คือ ไม้ผล ไม้โตเร็ว และไม้เศรษฐกิจ 
    จะทำให้เกิดป่าไม้แบบผสมผสานและสร้างความสมดุลแก่ธรรมชาติอย่างยั่งยืน 
    สามารถตอบสนองความต้องการของรัฐและวิถีประชาในชุมชน
    อันเป็นทฤษฎีการปลูกต้นไม้ลงในใจคน  โดยการปลูกฝังจิตสำนึกแก่ประชาชนให้ปลูกต้นไม้
    ลงแผ่นดินและรักษาต้นไม้ด้วยตนเอง
                                                          
             
    ไม้ 3 อย่าง
             ลักษณะไม้ 3 อย่าง เป็นชนิดไม้ที่มีความสัมพันธ์เกื้อกูลกับวิถีชีวิตของชุมชน คือ

    ป่าไม้ ควบคู่กับความต้องการด้านเศรษฐกิจ ด้วยการจำแนกป่า 3 อย่าง ดังนี้
    1. ป่าไม้ใช้สอย คือ ไม้โตเร็ว สำหรับใช้ในครัวเรือน เช่น สะเดา ไม้ไผ่
    2. ป่าไม้กินได้ คือ ไม้ผล เช่น มะม่วง และผักกินใบต่างๆ
    3. ป่าไม้เศรษฐกิจ คือ ไม้ที่ปลูกไว้ขาย หรือไม้เศรษฐกิจ เช่น ไม้สัก
    ส่วนประโยชน์ 4 อย่าง จำแนกประโยชน์แต่ละอย่างออกเป็น
    1. ป่าไม้ใช้สอย นำมาสร้างบ้าน ทำเล้าเป็ด เล้าไก่ ด้ามจอบเสียม ทำหัตถกรรม  
        หรือกระทั่งใช้เป็นเชื้อเพลิง (ฟืน) ในการหุงต้ม

    2. ป่าไม้กินได้ นำมาเป็นอาหาร ทั้งพืชกินใบ กินผล กินหัว และเป็นยาสมุนไพร

    3. ป่าไม้เศรษฐกิจ เป็นแหล่งรายได้ของครัวเรือน เป็นพืชที่สามารถนำมาจำหน่ายได้
       ซึ่งควรปลูกพืชหลากหลายชนิดเพื่อลดความเสี่ยงเรื่องราคาตกต่ำและไม่แน่นอน

    4. ประโยชน์ในการช่วยอนุรักษ์ดินและน้ำ การปลูกพืชที่หลากหลายอย่างเป็นระบบ 
        จะช่วยสร้างสมดุลของระบบนิเวศในสวน ช่วยปกป้องผิวดินให้ชุ่มชื้น 
        ดูดซับน้ำฝน และค่อยๆ ปลดปล่อยความชื้อสู่สวนเกษตรกรรม

    คุณธรรมและจริยธรรมในการใช้อินเทอร์เน็ต



    คุณธรรมและจริยธรรมในการใช้อินเทอร์เน็ต

    จริยธรรม หมายถึง หลักศีลธรรมจรรยาที่กำหนดขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ หรือควบคุมการใช้ระบบคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ ซึ่งเมื่อพิจารณาจริยธรรมเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและคอมพิวเตอร์แล้ว สามารถสรุปได้ 4 ประเด็น ได้แก่ 
    1. ความเป็นส่วนตัว (Information Privacy)
           ความเป็นส่วนตัวของข้อมูลและสารสนเทศ โดยทั่วไปหมายถึงสิทธิที่จะอยู่ตามลำพังและเป็นสิทธิที่เจ้าของสามารถที่จะควบคุมข้อมูลของตนเองในการเปิดเผยให้กับผู้อื่น ปัจจุบันมีประเด็นเกี่ยวกับการละเมิดความเป็นส่วนตัวที่เป็นข้อหน้าสังเกตดังนี้
    - การเข้าไปดูข้อความในจดหมายอิเล็กทรอนิกส์และการบันทึกข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ รวมทั้งการบันทึก-แลกเปลี่ยนข้อมูลที่บุคคลเข้าไปใช้บริการเว็บไซต์และกลุ่มข่าวสาร
    - การใช้เทคโนโลยีในกาติดตามความเคลื่อนไหวหรือพฤติกรรมของบุคคล เช่น บริษัทใช้คอมพิวเตอร์ในการตรวจจับหรือเฝ้าดูการปฏิบัติงาน/การใช้บริการของพนักงาน
    - การใช้ข้อมูลของลูกค้าจากแหล่งต่างๆ เพื่อผลประโยชน์ในการขยายตลาด
    - การรวบรวมหมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่อีเมล์ หมายเลขบัตรเครดิต และข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ เพื่อนำไปสร้างฐานข้อมูลประวัติลูกค้าใหม่ขึ้นมาแล้วนำไปขายให้กับบริษัทอื่น
    2. ความถูกต้อง (Information Accuracy)
    ในการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการรวบรวม จัดเก็บ และเรียกใช้ข้อมูลนั้น คุณลักษณะที่สำคัญประการหนึ่งคือความน่าเชื่อถือได้ของข้อมูล ทั้งนี้ ข้อมูลจะมีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใดย่อมขึ้นอยู่กับความถูกต้องในการบันทึกข้อมูลด้วย ประเด็นด้านจริยธรรมที่เกี่ยวกับความถูกต้องของข้อมูล โดยทั่วไปจะพิจารณาว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อความถูกต้องของข้อมูลที่จัดเก็บและเผยแพร่
    3. ความเป็นเจ้าของ (Information Property)
              ในสังคมของเทคโนโลยีสารสนเทศมักจะกล่าวถึงการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ เมื่อท่านซื้อโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีการจดลิขสิทธิ์ นั่นหมายความว่าท่านจ่ายค่าลิขสิทธิ์ในการใช้ซอฟต์แวร์นั้น ซึ่งลิขสิทธิ์ในการใช้จะแตกต่างกันไปในแต่ละสินค้าและบริษัท บางโปรแกรมอนุญาตให้ติดตั้งได้เพียงเครื่องเดียว ในขณะที่บางโปรแกรมอนุญาตให้ใช้ได้หลายเครื่อง ตราบใดที่ท่านยังเป็นบุคคลที่มีสิทธิในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ซื้อมา การคัดลอกโปรแกรมให้กับบุคคลอื่น เป็นการกระทำที่ต้องพิจารณาให้รอบคอบก่อนว่าท่านมีสิทธิในโปรแกรมนั้นในระดับใด
        4. การเข้าถึงข้อมูล (Data Accessibility)
    คือการป้องกันการเข้าไปดำเนินการกับข้อมูลของผู้ใช้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และเป็นการรักษาความลับของข้อมูล ตัวอย่างสิทธิในการใช้งานระบบเช่น การบันทึก การแก้ไข/ปรับปรุง และการลบ เป็นต้น ดังนั้น ในการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์จึงได้มีการออกแบบระบบรักษาความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้ และการเข้าถึงข้อมูลของผู้อื่นโดยไม่ได้รับความยินยอมนั้น ถือว่าเป็นการผิดจริยธรรมเช่นเดียวกับการละเมิดข้อมูลส่วนตัว ในการใช้งานคอมพิวเตอร์และเครือข่ายร่วมกัน หากผู้ใช้ร่วมใจกันปฏิบัติตามระเบียบและข้อบังคับของแต่ละหน่วยงานอย่างเคร่งครัดแล้ว การผิดจริยธรรมตามประเด็นที่กล่าวมาข้างต้นก็คงจะไม่เกิดขึ้น
     annais, apple, bed, bedroom, book
    จรรยาบรรณการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์
    1. ให้ระมัดระวังการละเมิดหรือสร้างความเสียหายให้ผู้อื่น
    2. ให้แหล่งที่มาของข้อความ ควรอ้างอิงแหล่งข่าวได้
    3. ไม่กระทำการรบกวนผู้อื่นด้วยการโฆษณาเกินความจำเป็น
    4. ดูแลและแก้ไขหากตกเป็นเหยื่อจากโปรแกรมอันไม่พึงประสงค์ เพื่อป้องกันมิให้คนอื่นเป็นเหยื่อ
     
    บัญญัติ 10 ประการ
    1. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์ทำร้ายหรือละเมิดผู้อื่น
    2. ต้องไม่รบกวนการทำงานของผู้อื่น
    3. ต้องไม่สอดแนม แก้ไข หรือเปิดดูแฟ้มข้อมูลของผู้อื่น
    4. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการโจรกรรมข้อมูลข่าวสาร
    5. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์สร้างหลักฐานที่เป็นเท็จ
    6. ต้องมีจรรยาบรรณการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์
    7. ให้ระมัดระวังในการละเมิดหรือสร้างความเสียหายให้ผู้อื่น
    8. ให้แหล่งที่มาของข้อความ ควรอ้างอิงแหล่งข่าวได้
    9. ไม่กระทำการรบกวนผู้อื่นด้วยการโฆษณาเกินความจำเป็น
    10. ดูแลและแก้ไขหากตกเป็นเหยื่อจากโปรแกรมอันไม่พึงประสงค์ เพื่อป้องกันมิให้คนอื่นเป็นเหยื่อ