วันจันทร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ไม้ 3 อย่าง ประโยชน์ 4 ประการ


ไม้ 3 อย่าง ประโยชน์ 4 ประการ

         พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตระหนักถึงผลกระทบจากการบุกรุกทำลายป่าไม้ของประเทศไทย
 ซึ่งเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จนก่อให้เกิดภาวะแห้งแล้ง พื้นที่ต้นนํ้าลำธารเสื่อมโทรม 
ฤดูกาลเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพทางการเกษตร 
กลายเป็นปัญหาทุกข์ร้อนของประชากรส่วนใหญ่ในชนบท 
พระองค์ทรงมีพระราชดำริในการพัฒนาฟื้นฟูสภาพป่าไม้ 
ให้คืนกลับสู่สภาพธรรมชาติด้วยแนวทางผสมผสาน โดยการปลูกไม้ทดแทน
ควบคู่กับการพัฒนาอาชีพราษฎร ด้วยการวางแผนร่วมมือกันของทุกส่วนราชการ 
ในการดำเนินการปรับปรุงพัฒนาพื้นที่ให้สอดคล้องกับสภาพภูมิศาสตร์และสภาวะแวดล้อม
         การปลูกไม้ 3 อย่าง ให้ประโยชน์ 4 ประการ ตามแนวพระราชดำรินั้น 
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทาน พระราชดำริ ไว้เมื่อปี 2519 ณ หน่วยพัฒนาต้นนํ้าทุ่งจ๊อ 
อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ว่าการปลูกไม้ 3 อย่าง คือ ไม้ผล ไม้โตเร็ว และไม้เศรษฐกิจ 
จะทำให้เกิดป่าไม้แบบผสมผสานและสร้างความสมดุลแก่ธรรมชาติอย่างยั่งยืน 
สามารถตอบสนองความต้องการของรัฐและวิถีประชาในชุมชน
อันเป็นทฤษฎีการปลูกต้นไม้ลงในใจคน  โดยการปลูกฝังจิตสำนึกแก่ประชาชนให้ปลูกต้นไม้
ลงแผ่นดินและรักษาต้นไม้ด้วยตนเอง
                                                      
         
ไม้ 3 อย่าง
         ลักษณะไม้ 3 อย่าง เป็นชนิดไม้ที่มีความสัมพันธ์เกื้อกูลกับวิถีชีวิตของชุมชน คือ

ป่าไม้ ควบคู่กับความต้องการด้านเศรษฐกิจ ด้วยการจำแนกป่า 3 อย่าง ดังนี้
1. ป่าไม้ใช้สอย คือ ไม้โตเร็ว สำหรับใช้ในครัวเรือน เช่น สะเดา ไม้ไผ่
2. ป่าไม้กินได้ คือ ไม้ผล เช่น มะม่วง และผักกินใบต่างๆ
3. ป่าไม้เศรษฐกิจ คือ ไม้ที่ปลูกไว้ขาย หรือไม้เศรษฐกิจ เช่น ไม้สัก
ส่วนประโยชน์ 4 อย่าง จำแนกประโยชน์แต่ละอย่างออกเป็น
1. ป่าไม้ใช้สอย นำมาสร้างบ้าน ทำเล้าเป็ด เล้าไก่ ด้ามจอบเสียม ทำหัตถกรรม  
    หรือกระทั่งใช้เป็นเชื้อเพลิง (ฟืน) ในการหุงต้ม

2. ป่าไม้กินได้ นำมาเป็นอาหาร ทั้งพืชกินใบ กินผล กินหัว และเป็นยาสมุนไพร

3. ป่าไม้เศรษฐกิจ เป็นแหล่งรายได้ของครัวเรือน เป็นพืชที่สามารถนำมาจำหน่ายได้
   ซึ่งควรปลูกพืชหลากหลายชนิดเพื่อลดความเสี่ยงเรื่องราคาตกต่ำและไม่แน่นอน

4. ประโยชน์ในการช่วยอนุรักษ์ดินและน้ำ การปลูกพืชที่หลากหลายอย่างเป็นระบบ 
    จะช่วยสร้างสมดุลของระบบนิเวศในสวน ช่วยปกป้องผิวดินให้ชุ่มชื้น 
    ดูดซับน้ำฝน และค่อยๆ ปลดปล่อยความชื้อสู่สวนเกษตรกรรม

22 ความคิดเห็น:

  1. ได้ประโยชน์จริงๆ

    ตอบลบ
  2. ได้ความรู้เพิ่มขึ้นมากเลยคะ

    ตอบลบ
  3. ได้ความรู้มากค่ะ

    ตอบลบ
  4. ขอบคุณสำหรับความรู้ใหม่ครับ

    ตอบลบ
  5. ขอบคุณนะคะ ได้ความรู้มาก

    ตอบลบ
  6. ไม่ระบุชื่อ10 ธันวาคม 2555 เวลา 18:50

    ขอบคุณค่ะ

    ตอบลบ
  7. ขอบคุณค่ะ ได้ความรู้เยอะเลย ^^

    ตอบลบ
  8. มีสาระ ได้การเรียนรู้ที่ดีด้วย ขอบคุณครับ

    ตอบลบ